ปรัชญาปารามิตาหฤทัยสูตร

แปลโดย Astro Neemo · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๒

สำนวนแปลตามความเข้าใจของ Astro Neemo · ไม่ใช่ฉบับมาตรฐานของคณะสงฆ์

ในสมัยหนึ่งพระพุทธองค์ประทานเทศนาแด่พระสารีบุตร กล่าวถึงการบำเพ็ญธรรมของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ดังนี้ว่า

“ พระอวโลติเกศวรโพธิสัตว์(กวนอิม) ขณะบำเพ็ญวิปัสนาญาณแล้วบังเกิดปัญญาญาณอันยิ่ง เพ่งพิจารณาในขันธ์ ๕ ทั้งปวงแล้วรู้ชัดด้วยปัญญาญาณว่า ขันธ์ ๕ ทั้งหลายล้วนคือความว่าง คืออนัตตา คือความเป็นศูนย์ หากสรรพสัตว์ทั้งหลายมีปัญญาเห็นตามดังนี้ ย่อมข้ามพ้นซึ่งทุกข์ทั้งปวง”

ดูกร! สารีบุตร รูปไม่ต่างจากความว่าง ความว่างไม่ต่างจากรูป รูปคือความว่าง ความว่างคือรูป แม้ที่สุด เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณก็ล้วนว่างเปล่า

ดูกร สารีบุตร ธรรมทั้งปวงล้วนว่างเปล่า ไม่เกิด ไม่ดับ ไม่มัวหมอง ไม่ผ่องแผ้ว ไม่มีเพิ่ม ไม่มีลด

ดังนั้นด้วยเหตุนี้ ในความว่างย่อมไม่มีรูป ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญา ไม่มีสังขาร ไม่มีวิญญาณ และย่อมไม่มีการสัมผัสรับรู้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จึงไม่มีรูป ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง ไม่มีการรับรู้ทางสัมผัสและธรรมารมณ์ ย่อมไม่เกิดจักษุวิญญาณ ฯลฯ จนกระทั่งที่สุดย่อมไม่มีมโนวิญญาณ (เกิดขึ้น)

ไร้ซึ่งอวิชชา และไร้ซึ่งที่สุดแห่งอวิชชา (วิชชา) ไร้แม้กระทั่ง ชาติ ชรา มรณะ และที่สุดแห่งชาติ ชรา มรณะ ไร้ความทุกข์ (ทุกข์) ไร้เหตุแห่งทุกข์(สมุทัย) ไร้การดับทุกข์(นิโรธะ) ไร้หนทางที่ดำเนินไปสู่ทางดับทุกข์ (มรรค) ไร้ปัญญา ไร้การบรรลุ เพราะไม่มีอะไร(จะ)ให้บรรลุ

พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ด้วยเหตุที่ได้ดำเนินตามมหาปัญญาอันเป็นปรมัตถ์นี้(ปรัชญาปารามิตา) จิตย่อมไม่วิตก(กังวล) เพราะจิตไม่วิตกกังวล(สับสนมืดมัว) จิตจึงมี(ความตั้งมั่น)ไม่หวาดหวั่น (ย่อมเป็นผู้)ห่างไกลจากมิจฉาทิฐิทั้งปวง มีพระนิพพานเป็นที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายแม้ในอดีต ปัจจุบัน และจักมีในอนาคต ล้วนอาศัยเหตุของการดำเนินตามและพิจารณาด้วยปัญญาอันยิ่งนี้ (ปรัชญาปารามิตา) ด้วยความเห็นตรงเยี่ยงนี้ (สัมมาทิฐิ ) (ตามข้างต้นนี้แล้ว) จึงได้บรรลุสู่ญาณแห่งความรู้แจ้งอันสูงสุด ซึ่งไม่มีสิ่งใดยิ่งกว่า (อนุตรสัมมาสัมโพธิญาน)

(ด้วยเหตุนี้ๆ) จงทราบไว้ว่า “ปรัชญาปารามิตา”เป็นมหาศักดาธารณี(มนต์) เป็นมหาวิทยาธารณี(มนต์) เป็นอนุตรธารณี (มนต์)เป็นอสมธารณี(มนต์) สามารถดับสรรพทุกข์ทั้งหลายให้หมดสิ้นไปได้ ด้วยสัตยาทิษฐาน(สัจจะอันไม่เป็นเท็จ)นี้ ฉะนั้นจึงได้ประกาศ “ปรัชญาปารามิตามหาธารณีมนต์”ดังนี้

คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิ สวาหา

(ไป ไป ไปสู่ฝั่งโน้น ฝั่งแห่งพุทธะ ฝั่งพระนิพพาน สวาหา)